นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประกาศคำสั่งล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งจะมีผลยาวนานถึงกลางเดือนหน้า เพื่อยับยั้งวิกฤติโรคโควิด-19 ในประเทศ ที่กำลังเผชิญกับเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่านายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ผู้นำสหราชอาณาจักร แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าสืบเนื่องจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศยังคงรุนแรง อีกทั้งยังมีการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่แพร่ระบาดเป็นวงกว้างอยู่แล้ว ให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
 
นับตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนเข้าสู่วันอังคารที่ 5 ม.ค. ต่อเนื่องไปจนถึง “กลางเดือนก.พ.นี้” รวมระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ทั่วทั้งเกาะอังกฤษต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ระดับเดียวกัน โดยมาตรการส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิม ทั้งการปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ให้กลับไปเรียนออนไลน์อีกครั้ง การอนุญาตให้เปิดเฉพาะสถานที่จำเป็น
 
ขณะที่ร้านอาหารให้จำหน่ายเฉพาะแบบนำไปรับประทานที่บ้าน แต่ไม่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบบนำกลับบ้าน และการยกระดับมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขตามจุดผ่านแดนทุกแห่งส่วนการแข่งขันกีฬาเป็นทีม อาทิ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ แต่ไม่อนุญาตให้มีผู้ชมในสนาม
 
จอห์นสันกล่าวด้วยว่าการตัดสินใจดังกล่าว ที่เป็นการล็อกดาวน์เกาะอังกฤษครั้งที่ 3 แล้ว ต่อจากเมื่อเดือนมี.ค. และเดือนพ.ย. 2563 เป็นเรื่องยากลำบาก แต่จำเป็นต้องดำเนินการ เพื่อปกป้องระบบสาธารณสุขของประเทศ ที่หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปอาจถึงขั้น “ล่มสลายภายใน 21 วัน” อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะเร่งการแจกจ่ายวัคซีนโดสแรก ให้กลุ่มเสี่ยงทั้งหมดได้รับอย่างทั่วถึงภายในกลางเดือนหน้า ซึ่งปัจจุบันมีการอนุมัติวัคซีนแล้ว 2 รายการ คือ ไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด